x

MOOF49 | TIPS & TRICK | มารยาทที่ควรรู้ก่อนเดินทางไปประเทศเกาหลี

มารยาทที่ควรรู้ก่อนเดินทางไปประเทศเกาหลี


ประเทศเกาหลี เป็น 1 ใน 30 ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า ที่เพื่อนๆหลายๆท่านอยากไป ไม่ว่าจะเพื่อท่องเที่ยว , กิน , ช็อปปิ้ง , ไปหาสามี (อปป้าาา) หรือด้วยเหตุผลที่สามารถไปได้ง่าย ไม่ต้องขอวีซ่า ทั้งสามารถไปได้ทุกซีซัน และใช้เวลาเดินทางไม่นาน จึงเป็นตัวเลือกต้นๆที่ขึ้นมาในหัวของเพื่อนๆ ในการไปเที่ยวและพักผ่อน แต่นอกจากสิ่งข้างต้นที่พูดมาแล้ว เรายังมีอะไรที่ยังต้องเรียนรู้อีกเกี่ยวกับประเทศเกาหลี เราลองมาอ่านบทความนี้กันครับ 

MOOF49 จะพาเพื่อนๆไปทำความคุ้นเคยกับประเทศเกาหลีอีกด้านหนึ่ง ว่านอกจากที่เที่ยวแล้ว วัฒนธรรมและมารยาท ก็เป็นสิ่งที่สำคัญอีกสิ่งหนึ่งเช่นกัน เพราะวัฒนธรรมที่ต่าง มารยาทเลยแปลกไป เผื่อว่าเพื่อนๆได้ไปเจอเพื่อนใหม่ชาวเกาหลี หรือญาติผู้ใหญ่ที่เป็นชาวเกาหลีก็จะได้ทำตัวถูก และถูกมองเป็นบุคคลที่น่ารักของพวกเขา เพราะประเทศเกาหลียังเป็นอีก 1 ประเทศ ที่เคารพในมารยาท และวัฒนธรรมอย่างเคร่งครัด



มารยาทบนโต๊ะอาหาร




คนเกาหลีมักจะนิยมกินอาหารด้วยตะเกียบและช้อนคันยาวๆ ใส่ข้าวในถ้วยแทนการใช้จานแบบประเทศอื่นๆ และไม่นิยมใช้ช้อนส้อมแบบบ้านเรา ช้อนและตะเกียบนั้น จะถูกวางอยู่ที่ด้านขวาของถ้วยข้าว และคนเกาหลีจะใช้มือขวามือเดียวในการกินอาหาร จะใช้ตะเกียบคีบอาหาร และบรรดาเครื่องเคียงเข้าปากก่อนจะวางลงที่โต๊ะ  แล้วถึงจะหยิบช้อนมาตักข้าวเข้าปากตาม รวมไปถึงใช้ช้อนในการตักน้ำซุปเข้าปากเช่นกัน และส่วนวิธีกินก็จะเคี้ยวอาหารเสียงดัง (คล้ายวัฒนธรรมของญี่ปุ่น) เพื่อเป็นการบอกว่าอาหารอร่อย

คนเกาหลีเวลานั่งทานอาหารนั้น จะไม่เอาแขนหรือข้อศอกท้าวโต๊ะ และระหว่างการกินข้าวหรือเมื่อกินเสร็จแล้ว ช้อนกับตะเกียบจะถูกวางอยู่ที่เดิมตลอดเวลา จะไม่เอามาวางคาไว้ในถ้วยข้าวเป็นอันขาด และหากใครไปกินข้าวร่วมโต๊ะกับคนเกาหลีครั้งแรก แล้วเขาป้อนอาหารให้เรา (ส่วนใหญ่เป็นอาหารจำพวกที่ต้องห่อใส่ผักก่อนรับประทาน) จงอ้าปากรับเป็นมารยาท เพราะเขาเพียงแค่อยากจะบริการเรา เลยจะยื่นมือมาป้อนเลย จะไม่ห่อผักแล้วยื่นให้เราหยิบเข้าปากเอง

 


มารยาทในการดื่ม




เมื่อเอ่ยถึงเรื่องดื่ม ปกติเวลาเรากับเพื่อนๆชนแก้วกัน จะใช้คำว่าจันทบุรีเย้ยชน” …… ไม่น่าเล่นเลย แต่คำว่าจันก็สามารถใช้ได้เหมือนกันครับ แต่ใช้ในเกาหลีนะ แปลว่าชนแก้วนั่นเอง

คนเกาหลีจะถือเรื่องอาวุโสในทุกๆโอกาส ไม่เว้นแม้แต่ในเวลาดื่ม (เพื่อนๆที่มาถึงโต๊ะแล้วซดเลยก็อาจจะต้องห้ามใจกันหน่อยนะครับ) แก้วแรกที่จะเริ่มดื่มนั้น ผู้อาวุโสน้อยที่สุดในโต๊ะควรจะเป็นคนรินเหล้า ลักษณะการรินก็คือต้องใช้สองมือประคอง มือหนึ่งถือขวดเหล้า อีกมือหนึ่งแตะที่แขนหรือข้อศอกตัวเอง เพื่อแสดงการนอบน้อมและเคารพผู้ใหญ่ ในขณะเดียวกัน หากผู้ใหญ่รินเหล้าให้เรา ผู้น้อยก็ต้องใช้สองมือประคองแก้วรับเช่นกัน เป็นมารยาทและธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมาของคนเกาหลีครับ (ย้ำว่าใช้ 2 มือในทุกๆโอกาศจะเซฟที่สุดเลยครับ)

 


 Tips (เรื่องเหล้า)




อ่านไม่ผิดหรอกครับ เรื่องเหล้าจริงๆ เน้นย้ำว่า เหล้า ตัวใหญ่ๆเลยครับ เครื่องดื่มแอลกอฮอล ที่ชาวเกาหลีนิยมกันก็จะเป็น โซจู ส่วนยี่ห้อที่ชาวเกาหลีนิยมกันก็จะมียี่ห้อ JINRO หรือ 참이슬 (ชัมอีซึล) ก็จะรินใส่แก้วช๊อต แล้วกระดกพรวดเดียว ส่วนดีกรีของโซจูจะมีตั้งแต่ 25 ดีกรี ไปจนถึง 45 ดีกรีครับ (จะเรียกว่าเหล้าขาวเกาหลีก็ได้ครับ) ที่ไทยอาจจะแพงแต่ที่เกาหลีนั้นมีราคาที่ถูกมากครับ คนเลยนิยมกินกัน รองลงมาก็คือ ดราฟเบียร์ (เบียร์สด) หรือเรียกว่า แม็กจู” (맥주) ส่วนเบียร์ของที่นั่นจะมีดีกรีอยู่ที่ 5 ดีกรีเท่านั้นครับ ก็ถือว่ากินชิวๆละกันนะครับ (ความแรงของเบียร์จะพอๆกับบ้านเราครับ) และสายเมาลึก เราแนะนำ โซแม็ก เลยครับ หรือชื่อทางการหน่อยก็ โซจูบอมบ์ เป็นการเพิ่มดีกรีและความแรงให้เบียร์ โดยการรินโซจูใส่แก้วเบียร์เล็กน้อย หรือประมาณ 1 ช๊อต และเทเบียร์ตาม รสชาติดีไม่น้อยครับ

 

 

มารยาทในการในทิป




คนเกาหลีนั้นปกติจะไม่นิยมให้ทิปกัน และไม่ถือว่าเป็นธรรมเนียมแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร เพราะได้บวกค่าบริการ(Service Charge)ไว้เรียบร้อยแล้ว (ประมาน 5-10%) จึงไม่จำเป็นต้องให้ทิปอีก หรือแม้แต่การขึ้นแท็กซี่ก็จ่ายค่าโดยสารตามมิเตอร์ก็พอ ถ้าใครอยากจะให้ก็ไม่ผิดอะไร แต่อาจจะได้รับการแสดงท่าทีที่ตกใจหรือแปลกใจกลับมา

 





กรุงโซล เป็นเมืองใหญ่ที่มีจุดเด่งด้านแฟชั่นที่เติบโตอย่างมากขึ้นในทุกๆวันนี้ และเปลี่ยนแปลงเร็วที่สุดเลยก็ว่าได้ แต่ชาวเกาหลีก็ยังคงรักษาคุณค่าทั้งทางด้านวัฒนธรรม และประเพณีอย่างดี ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้อาวุโสก็จะมีภาระหน้าที่และความรับผิดชอบต่อผู้น้อย ผู้น้อยก็จะนับถือผู้ที่มีตำแหน่ง ระดับ อายุที่สูงกว่าอย่างเคร่งครัด และจะให้ความสำคัญต่อครอบครัวมากกว่าสิ่งอื่นใด นอกเหนือจากสิ่งนี้แล้ว ชาวเกาหลียังคิดด้วยว่าการกระทำทุกอย่างของตนเองสะท้อนให้เห็นครอบครัว บริษัท และประเทศชาติ จึงให้ความสำคัญกับตำแหน่งและระดับในสังคมด้วย